รีวิวหนัง JAWS (1975) – จอว์ส

รีวิวหนัง JAWS (1975) - จอว์ส

และในวันนี้เรามี หนังเก่ายอดนิยม เรื่องนึงที่เป็นหนังยอดฮิตตลอดกาลเลยก็ว่าได้ซึ่งภาพยนตรืที่เราจะนำมารีวิวในวันนี้ก็คือเรื่อง JAWS (1975) – จอว์ส หนังที่สร้างความสยดสยองให้สิ่งมีีชีวิตอย่างปลาฉลาม (ทั้งที่ไม่ควร) มาถึงทุกวันนี้ ความดีงามคือหากแม้หนังจะมีฉากฉลามน้อย กลับสร้างความสะพรึ่งได้สุดขีดไปเลย หนังใหม่ชนโรง

หากเปรียบเทียบหนังปี 1975 กับหนังสมัยใหม่ในปัจจุบัน มันอาจจะทำให้คุณรู้สึกธรรมดาก็ได้ แต่สิ่งที่ทำให้ Jaws แตกต่างจากภาพยนตร์เรื่องอื่นๆ ในยุคนั้นก็คือการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างความระทึกขวัญ ความสยองขวัญ และการเล่าเรื่องเพิ่มความหวาดกลัวอีกชั้นหนึ่ง มันยังทิ้งร่องรอยอันยาวนานให้กับวัฒนธรรมนิยมอีกด้วย  

รีวิวหนัง JAWS (1975) - จอว์ส

รีวิวหนัง JAWS (1975) - จอว์ส ผลงานผู้กำกับ สตีเวน สปีลเบิร์ก

20 เดือนมิถุนายน 1975 เป็นวันที่หนังเรื่อง Jaws ออกฉาย กำกับโดยผู้กำกับคนใหม่ชื่อ สตีเวน สปิลเบิร์ก แล้วก็กลายเป็นผลงานสร้างชื่อให้กับเขาจนได้รับสมญานาม ‘พ่อมดแห่งฮอลลีวูด’ ที่เอ่ยปากขออะไรก็ได้ในทุกวันนี้

แม้กระนั้นคุณทราบไหมว่าก่อนหน้านั้นสปีลเบิร์กคือผู้กำกับคนใหม่ที่แทบจะถูกปลาฉลามยักษ์งาบให้จมหายไปในโลกภาพยนตร์ โชคดีที่เขารอดมาได้พร้อมผลงานมาสเตอร์พีซชื่อพยางค์เดียวว่า Jaws

เมื่อสปีลเบิร์กถูกขอให้กำกับ “Jaws” ในปี 1974 เขาอายุเพียง 28 ปีและเคยแสดงภาพยนตร์สำคัญเรื่องเดียวมาก่อนเรื่อง “Sugarland Express” แต่การได้ร่วมงานกับริชาร์ด ซานัคและเดวิด บราวน์ โปรดิวเซอร์สองคนที่เคยร่วมงานกับเขาในภาพยนตร์เรื่องแรกของเขา

ถือเป็นเรื่องน่ายินดีที่ได้ร่วมงานด้วย ผมจึงได้ส่งบทภาพยนตร์ให้กับผู้กำกับคนใหม่ “ตอนที่ผมเห็นชื่อหนังเรื่องนี้ ผมก็คิดว่ามันเกี่ยวกับหมอฟันด้วยซ้ำ” สปีลเบิร์กกล่าว บท

ภาพยนตร์สำหรับ “Jaws” อิงจากนวนิยายชื่อเดียวกันของปีเตอร์ เบนช์ลีย์ ซึ่งบอกเล่าเรื่องราวของฉลามขาวยักษ์ที่โจมตีมนุษย์ บริเวณชายหาดของเมือง

หนังใหม่ชนโรง

สปีลเบิร์กคงไม่รู้ว่าการสร้างหนังเรื่องนี้จะน่ากลัวพอๆ กับการถูกฉลามกัด โปรเจ็กต์นี้เกือบจะถูกระงับหลายครั้งเมื่อภาพยนตร์เรื่องนี้พบกับอุปสรรคต่างๆ นับตั้งแต่บทภาพยนตร์เรื่องแรกของเบนช์ลีย์ที่สร้างจากนวนิยายของเขาเอง สปีลเบิร์กรู้สึกว่าจุดสนใจของภาพยนตร์เรื่องนี้เน้นไปที่ฉลามมากเกินไป

จากนั้นบทภาพยนตร์ก็มอบให้กับ Howard Sackler ผู้เขียนบทเจ้าของรางวัลโทนีและพูลิตเซอร์เนื่องจากการตัดต่อโดยไม่มีเครดิต มันยังไม่จบ. สปีลเบิร์กคิดว่าบทภาพยนตร์ดีกว่า แต่ก็มืดมนเกินไปและไม่สนุกสนาน

ดังนั้นพวกเขาจึงนำคาร์ล ก็อตต์ลีบ มือเขียนบทซิทคอมเรื่อง The Odd Couple เข้ามาเพื่อช่วยเพิ่มสีสันและขัดเกลาให้กับสคริปต์ทั้งหมด แต่ Gottlieb ก็เข้ามาร่วมด้วย

ในขณะที่หนังกำลังจะเข้าฉาย (เพราะถ้ารอหนังภาคใหม่จบ หนังเรื่องนี้จะถูกยกเลิกโดย Universal Studios)

เรื่องย่อ JAWS

จอวส์ นับได้ว่าเป็นภาคใหม่ของ โมบี้ ดิค ที่เกิดขึ้นในเมืองที่มีสถานที่สำหรับท่องเที่ยวมากมายเป็นจำนวนมาก ของแมสซาชูเซตส์ คืนวันหนึ่งเมื่อกลุ่มวัยรุ่น

ออกไปว่ายเล่นในทะเล หนึ่งในจำนวนนั้น ถูกฉีกร่างออกเป็นชิ้นๆจากอสูรกายที่ทะเล หลังจากนั้น อีกผู้คนจำนวนมากก็ถูกฆ่าตายในภาวะเดียวกัน ตอนหลัง ก็เลยพบว่าการตายพวกนั้น

เป็นฝีมือของเจ้าฉลามขาวใหญ่ยักษ์ที่มาตรวจตราล่าเหยื่อในริมฝั่งที่นี้ มาร์ติน โบรดี้ (รอย ไชเดอร์) หัวหน้าของฝูงชนสามคน ที่พยายามหยุดเจ้าอสูรร้าย จากการล่าเหยื่อรายถัดไป

โบรดี้ ร่วมมือกับนักสมุทรศาสตร์ชายหนุ่ม แมท องค์การอนามัยโลกเปอร์ (ริชาร์ด เดรย์ฟัสส์) รวมทั้งนักประมงมือแม่น ควิ้นท์ (โรเบิร์ต ชอว์) ที่เคยกรำศึก กับเจ้าปลาฉลามร้ายมาก่อน โบรดี้ บากบั่นที่จะปิดหาดทรายที่นี้

หนังใหม่ชนโรง

ถ้าว่า นายกเทศมนตรีกลัวว่าจะขาดรายได้หลักจากนักเดินทาง ไป ก็เลยปฎิเสธ โบรดี้ และก็เพื่อนฝูงร่วมกรรมวิธีอีกสองคน จำเป็นต้องปฏิบัติงานขั้นท้ายสุด

เป็นการเผชิญหน้ากับเจ้าปีศาจร้าย ที่ท้องทะเล โดยการพยายามล่อให้มันมาใกล้กับ โดยใช้เหยื่ออันโอชะปริมาณมหาศาล

การดำเนินเรื่องของภาพยนตร์เรื่องนี้

สคริปต์ของ Jaws ได้รับการเขียนและถ่ายทำแล้ว! สคริปต์สำหรับแต่ละฉากถูกเขียนขึ้นในคืนก่อนถ่ายทำในวันรุ่งขึ้น (นี่มันละครไทยชัดๆ) หลายฉากเป็นการแสดงด้นสดโดยนักแสดงเอง ประโยคคลาสสิก “You need a big boat.” เป็นบทด้นสดของ Roy Scheidel

ส่วนนักแสดงก็มีปัญหาเนื่องจากไม่มีดาราฮอลลีวู้ดในตอนนั้นยินดีแสดงหนังฉลามกินคนเลย พวกเขาล่าถอยอย่างต่อเนื่อง เก้าวันก่อนถ่ายทำสปีลเบิร์กมีเพียงรอย ไชเดลมารับบทมาร์ติน โบรดี้

แต่ไม่มีนักแสดงมารับบทควินท์และฮูเปอร์ โชคดีที่ Richard Derwin S.S. และโรเบิร์ต ชอว์ซึ่งในตอนแรกถูกปฏิเสธถูกคัดเลือกในเวลาต่อมา เขาเปลี่ยนใจและยอมรับบทบาทนี้

นาทีสุดท้าย แต่ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าฝนตกปรอยๆ เมื่อเทียบกับพายุที่สปีลเบิร์กต้องเผชิญในเวลาต่อมา

หนังใหม่ชนโรง

ภาพยนตร์เรื่องนี้เข้าฉายเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2517 บนไร่องุ่นของมาร์ธา ซึ่งน้ำตื้นทำให้การถ่ายทำเป็นเรื่องง่าย แต่พวกเขาไม่รู้ว่าต้องรับมือกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา และบางอันสามารถถ่ายภาพได้

แต่บางอันไม่สามารถทำได้ แล้วฉลามยักษ์ปลอมล่ะ? (สปีลเบิร์กตั้งชื่อบรูซว่าลำตัวยาว 26 ฟุต (เกือบ 8 เมตร) ซึ่งช่างเทคนิค 40 คนใช้เวลาหกเดือนในการสร้างในวันแรกที่ฉลามปลอมถูกใส่เข้าฉาก ฉลามกลายเป็น

เขาหยุดเคลื่อนไหวและจมลงสู่ก้นบึ้งของบรูซ ทะเลต่อหน้าทุกคน “เราเปิดกล้อง ถ่ายแบบไม่มีสคริป การแสดงของนักแสดงไม่สอดคล้องกัน แม้แต่ฉลามก็ไม่เว้น” ดาวอสกล่าวถึงสถานการณ์ในกองถ่ายว่า สภาพแย่มากจนทีมงานบางคน เรียกว่า “ข้อบกพร่อง”

สิ่งที่ประทับใจในภาพยนตร์เรื่องนี้

แน่นอนว่า ตอนนั้นไม่มีเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ที่จะทำให้สปีลเบิร์กสร้างไดโนเสาร์ดิจิทัลได้เหมือนกับใน Jurassic Park หลายคนแนะนำว่าเขาเปลี่ยนใจแล้วยิงในแทงค์ขนาดใหญ่แทน เพราะสภาพแวดล้อมสามารถควบคุมได้มากขึ้น

แต่เขาปฏิเสธโดยยืนกรานที่จะถ่ายทำในทะเลต่อไปโดยให้เหตุผล: “มันจะเปลี่ยนภาพยนตร์ของฉันไปตลอดกาล” ภาพยนตร์เรื่องนี้ถ่ายทำต่อไปจนถึงฉากสุดท้ายในเดือนตุลาคม ภาพยนตร์เรื่องนี้ถ่ายทำช้ากว่ากำหนด 159 วัน

และงบประมาณเพิ่มขึ้นจาก 4 ล้านดอลลาร์เป็น 9 ล้านดอลลาร์ “ฉันคิดว่าอาชีพนักแสดงของฉันจบลงแล้ว” สปีลเบิร์กเล่า

รีวิวหนัง JAWS (1975) - จอว์ส

“Jaws” เปิดตัวเมื่อวันที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2518 ที่โรงละครในดัลลัส “ผู้ชมกรีดร้องและเขย่าป๊อปคอร์น เมื่อเขา ซานุค และบราวน์รู้ว่าพวกเขาทำสำเร็จ” สปีลเบิร์กเล่า “มีคนลุกขึ้นยืนและอาเจียนออกมาในห้องน้ำ” “ภาพยนตร์เรื่องนี้เข้าฉายจริงๆ เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ.2518 ทำให้เกิดปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในอุตสาหกรรมภาพยนตร์

นอกจากทำรายได้ทำลายสถิติ 470 ล้านเหรียญทั่วโลก (ก่อนที่ Star Wars จะทำลายสถิตินั้น) ยังทำให้ชายหาดหลายแห่งเงียบสงบอย่างยิ่งในฤดูร้อนปีนั้น เพราะคนกลัวฉลามมากจนไม่กล้าว่ายน้ำ

สุดท้ายคว้า 3 รางวัลออสการ์ ได้แก่ ลำดับยอดเยี่ยม การบันทึกเสียงยอดเยี่ยม ดนตรียอดเยี่ยม รวมทั้งได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมในปีนั้นด้วย

รีวิวหนัง JAWS (1975) - จอว์ส สรุปเนื้อหาภาพยนตร์เรื่องนี้

สำหรับ “Jaws” ถือเป็นอีกตำนานหนึ่งของหนังสัตว์สยองขวัญ และยากจะหาหนังใดมาเทียบเคียงได้ ด้วยอัจฉริยะด้านการสร้างภาพยนตร์ของผู้กำกับ สตีเว่น สปีลเบิร์ก เขาได้สร้างภาพยนตร์ที่มีความโดดเด่น งบประมาณไม่ถึง 10 ล้านเหรียญสหรัฐ และมีฉากฉลามน้อยมาก แต่ผู้ชมจะยังคงรู้สึกตกใจอยู่ น่ากลัวจนต้องกลัวลงทะเล

ในยุคหลายสิบปีที่ผ่านไปนี้ เป็นสิ่งที่น่าจับตามอง ต้องยอมรับว่ามันยังคงสนุกกับการดู และควรค่าแก่การหยิบยกมาชมอีกครั้ง

สำหรับผู้ชื่นชอบภาพยนตร์ที่ชื่นชอบภาพยนตร์ฉลามกินคนเช่น Deep Blue, The Shallows หรือ 47 Meters Down พวกเขาควรดูเทพนิยายเกี่ยวกับฉลามนี้อย่างน้อยหนึ่งครั้งในชีวิต

รีวิวหนัง JAWS (1975) - จอว์ส

หนังอีกเรื่องที่สร้างความกลัวให้กับคนเรื่องทะเลเป็นอย่างมาก ไม่ว่าผู้ชมจะดูยุคไหนก็ตื่นเต้นเร้าใจไม่รู้ลืมรับรองว่าจะต้องตื่นเต้นทุกครั้งที่ลงทะเล อย่างไรก็ตาม ความงามของเรื่องนี้ต้องยกเครดิตให้กับพ่อมดแห่งวงการฮอลลีวูดอย่างสตีเว่น สปีลเบิร์ก ที่สร้างหนังเรื่องนี้ได้ดีมาก

และสร้างความหวาดกลัวในใจแม้จะแทบไม่มีฉากฉลามในเรื่องก็ตาม เพราะต้นทุนการผลิตของภาพยนตร์เรื่องนี้อยู่ที่เพียง 9 ล้านเหรียญเท่านั้น แต่ภาพยนตร์เรื่องนี้ทำรายได้ทะลุบ็อกซ์ออฟฟิศทั่วโลกไป 471 ล้านเหรียญ ทำให้เขาเป็นหนึ่งในผู้กำกับระดับแนวหน้าของวงการด้วยเรื่องราวที่ก้าวล้ำหน้า

เหนือสิ่งอื่นใด ‘สตีเวน สปีลเบิร์ก’ กลายเป็นชื่อของผู้กำกับที่นักทำหนังทุกคนวิ่งเข้าหา นักวิพากษ์วิจารณ์ต่างพากันเชิดชูเชิงชั้นวิธีการทำหนังของสปีลเบิร์กที่เล่นกับ ‘ความหวาดกลัวที่ไม่เห็น’ ใน Jaws ผู้ชมมิได้มองเห็นตัวของฉลามจริงๆจนถึงเลยครึ่งเรื่องไปแล้ว

เขาใช้กล้องถ่ายภาพถ่ายใต้น้ำแทนสายตาของฉลามและก็ทำให้ผู้ชมรู้สึกผวาได้อย่างไม่น่าเชื่อ

ยิ่งบวกกับดนตรีประกอบแสนระทึกใจของจอห์น วิลเลียมส์ ที่แปลงเป็นสกอร์คลาสสิกตลอดไปถึงขั้นสปีลเบิร์กยังพูดว่าการบรรลุผลครึ่งเดียวของ Jaws จะต้องยกเครดิตให้วิลเลียมส์ (และก็นับจากนั้นสปีลเบิร์กก็ผูกปิ่นโตให้วิลเลียมส์ทำดนตรีประกอบหนังของเขาเกือบทุกเรื่อง)

ความประทับใจหลังจากดูจบ

แม้ว่าจะเป็นหนังฉลาม แต่ว่าก็อย่างที่บอกไปว่าที่จริงแล้วฉลามออกมาในเรื่องน้อยมาก และก็ส่วนใหญ่ในระยะแรกก็เน้นย้ำไปที่การคุยของผู้แสดง

ที่จะทำให้พวกเรามองเห็นความไม่ถูกกันทางความนึกคิดของคนภายในเมืองมากยิ่งกว่าที่จะย้ำไปที่ตัวฉลามเองด้วย ทั้งในตัวปลาฉลามเอง Spielberg ก็พยายามคัดเลือกขั้นตอนต่างๆ

เพื่อไม่ให้มองเห็นตัวฉลามแต่ว่าสร้างความสยดสยองได้จากการ ใช้มุมกล้องถ่ายภาพแบบแทนสายตา หรือการใช้เครื่องมือเล็กน้อยมาใช้แทนการเห็นตลอดตัว และก็เมื่อใส่ดนตรีประกอบของ John Williams เข้าไปอีก ก็สร้างความลุ้นระทึกได้บีบหัวใจมหาศาล

สำหรับในฉากตื่นเต้น ให้จังหวะเปรียบเสมือนหัวใจเต้นของผู้ชมได้เลย จนถึงทำให้ในฉากด้านหลังๆของการล่าปลาฉลามก็เลยเต็มไปด้วยการปล่อยของแบบสุดไม่มีกั๊ก แล้วก็เป็นที่น่าจำไม่น้อยเลย

รีวิวหนัง JAWS (1975) - จอว์ส

ในตัวบทของหนังเรื่องนี้ สร้างมาจากนิยายในชื่อเดียวกันของ Peter Benchley ที่ได้รับแรงผลักดันมาจากการอ่านข่าวสารที่ชาวประมงจับฉลามขนาดใหญ่ได้

ซึ่งจะมองเห็นได้ว่าที่จริงแล้วจุดกำเนิดก็มาจากการที่มนุษย์รังควานปลาแท้ๆแต่ว่าไม่ทราบเพราะเหตุไรบทหนังถึงออกมาพลิกด้านกันกระทั่งฉลามเปลี่ยนเป็นหวาดกลัวได้

ถึงแม้ว่าผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านฉลามหลายคนก็ต่างรับรองว่าฉลามเป็นสัตว์ที่รักสงบ และก็ตื่นมนุษย์ด้วยไป เลยในทำให้ถึงแม้ว่าตัวหนังจะมีส่วนประกอบทุกๆสิ่งทุกๆอย่างออกมาเจริญมากมายๆ

และก็คือการใช้ทุนสำหรับในการประดิษฐ์ออกมาได้คุ้มทุกบาททุกเงินจากความอัจฉริยะของผู้กำกับ แม้กระนั้นในทางตรงกันข้ามมันก็ดันสร้างภาพจำที่ผิดจะต้องให้กับปลาฉลามสักเยอะแค่ไหน ถึงแม้ว่าเรื่องจริงแล้วมนุษย์นั่นแหละคือต้นเหตุสำหรับเพื่อการรังแกปลาฉลาม รวมทั้งระบบนิเวศน์ในทะเลมากยิ่งกว่าสิ่งมีชีวิตใดๆก็ตามบนโลกนี้เสียอีก

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *