รีวิวหนัง The Wolf of Wall Street คนจะรวย ช่วยไม่ได้

รีวิวหนัง The Wolf of Wall Street คนจะรวย ช่วยไม่ได้

สวัสดีค่ะและในวันนี้เราจะมา รีวิวหนัง The Wolf of Wall Street คนจะรวย ช่วยไม่ได้  หนังเก่ายอดนิยม เป็นภาพยนตร์แนวดราม่า คอมมาดี้ ชวนรวย โดยถูกดัดแปลงมาจากหนังสือในชื่อเดียวกัน ซึ่งมาจากบันทึกส่วนตัวของอดีตโบรกเกอร์ชื่อดัง จอร์แดน เบลฟอร์ (Jordan Belfort) ในช่วงชีวิตของเขา

ตั้งแต่จุดสูงสุดไปจนถึงจุดตกต่ำของเขา ในปี 1980 ซึ่งเราจะได้เห็นทั้งชีวิตการทำงานที่ต้องบริหารเรื่องการเงิน และไลฟ์สไตล์ส่วนตัวที่เต็มไปด้วยปาร์ตี้แสงสีวุ่นวายของเขา หนังใหม่ชนโรง

เชื่อว่าหลายๆคนที่ดูหนังเรื่องนี้แล้ว จะรู้สึกเหมือนอะดรีนาลีนในร่างกายนั้นพุ่งพล่าน อยากจะกระโดดจากชั้นสองของบ้านลงมาอย่างแน่นอน เพราะหนังเรื่องนี้มันมีความบ้าระห่ำแบบสุดจริงๆ 

รีวิวหนัง The Wolf of Wall Street คนจะรวย ช่วยไม่ได้

รีวิวหนัง The Wolf of Wall Street (2013) คนจะรวย ช่วยไม่ได้ ผลงานกำกับโดย มาร์ติน สกอร์เซซี

ผู้กำกับ มาร์ติน สกอร์เซซี (Martin Scorsese) เจ้าของผลงานการกำกับภาพยนตร์เรื่องนี้ เขาเคยสร้างสรรค์ผลงานเด่นๆไว้มากมาย และเขาเคยร่วมงานกับพระเอก ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ (Leonardo DiCaprio) มาแล้วหลายเรื่อง

ซึ่งได้แก่ Gangs of New York, The Aviator, The Departed และ Shutter Island และนี่คือผลงานร่วมกันชิ้นที่ห้า

หนังใหม่ชนโรง

นอกจาก ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ ที่วาดลวดลายแสบสันต์ในเรื่องนี้แล้ว ยังร่วมด้วย โจนาห์ ฮิลล์ (Jonah Hill) สวมบท ดอนนี่ คนสนิทของจอร์แดน, มาร์โก ร็อบบี (Margot Robbie) สวมบท นาโอมี

สาวสวยที่กลายมาเป็นภรรยาของจอร์แดน และแมทธิว แม็คคอนาเฮย์ (Matthew McConaughey) ก็มาร่วมแสดงด้วย เขาสวมบทเป็นฮันนา เป็นโบรกเกอร์ที่ติดใจในวงการค้าหุ้น 

เรื่องย่อ

เรื่องราวย้อนกลับไปเมื่อจอร์แดนอายุได้ 22 ปี เขาได้เริ่มงานเป็นนายหน้าค้าหุ้นและได้คุยกับนายใหญ่อย่าง มาร์ค ฮันน่า พร้อมกับหัวหน้าอีกคนก็คือ ปีเตอร์ เดบลาสิโอ

โดยจอร์แดนได้ใช้เวลาวิเคราะห์และสังเกตว่า พนักงานแต่ละคนมีการคุยและทำงานกันอย่างไร ในช่วงที่จอร์แดนกินข้าวกลางวันกับมาร์คนั้น

มาร์คได้ถ่ายทอดวิชาแห่งวอลสตรีทให้กับจอร์แดนหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการชักชวนลูกค้าเข้ามาซื้อขายหุ้นไม่ว่าจะด้วยวิธีการไหนก็ตามเพื่อให้ลูกค้าซื้อหุ้น

รวมไปถึงวิธีการแปลกๆ เช่น ทำการขัดจรวดวันละ 2 ครั้งเช้า-กลางวัน และต้องเสพโคเคนที่เขาเชื่อว่า จะทำให้นิ้วกดโทรศัพท์เรียกลูกค้าได้เร็วขึ้น

6 เดือนต่อมา จอร์แดนเริ่มทำการศึกษาวอลสตรีทอย่างจริงจัง และเริ่มทำการสอบใบอนุญาตการเป็นโบรกเกอร์ โดยเขาได้เริ่มงานอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 1987 แต่โชคไม่เข้าข้างเขา

เมื่อตลาดหุ้นมีการปรับตัวลงอย่างหนัก หรือเรียกเหตุการณ์นั้นว่า Black Monday บริษัทนายหน้าที่จอร์แดนทำอยู่ประสบปัญหาอย่างหนักจนปิดตัวลง แน่นอนว่าจอร์แดนต้องเตะฝุ่นกลับบ้าน

เมื่อภรรยาจอร์แดนรู้เรื่องดังกล่าว เธอได้เสนอจำนำแหวนแต่งงานในช่วงที่เขาหางานใหม่ในหนังสือพิมพ์ และแล้วเขาก็ไปสะดุดตากับงานใน ลอง ไอแลนด์ชื่อ ศูนย์การลงทุน (Investor Center)

รีวิวหนัง The Wolf of Wall Street คนจะรวย ช่วยไม่ได้

เมื่อจอร์แดนได้มาถึงศูนย์การลงทุน จอร์แดนพบว่ามันเป็นสถานที่ดูแล้วไม่มีความเป็นมืออาชีพเอาเสียเลย จอร์แดนได้พบกับ ดเวน ซึ่งเป็นผู้ดูแลศูนย์การลงทุน ดเวนได้มอบหมายให้จอร์แดนเสนอขายหุ้นบริษัทแอโรไทน์

และเขาจะได้รับค่านายหน้าถึง 50 % จอร์แดนจึงเห็นโอกาสทองตรงนี้แล้ว เขาจึงใช้ทักษะทางวาทศิลป์ในโทรหาลูกค้าเพื่อเสนอขายหุ้น ด้วยทักษะการโน้มน้าวลูกค้าอย่างเหนือชั้น ทำให้ทุกคนในบริษัทต่างมองเขาด้วยความประหลาดใจ และสุดท้ายจอร์แดนก็หลอกขายหุ้นเน่าให้กับลูกค้าคนนั้นได้สำเร็จ จนทำให้ทุกคนในที่ทำงานถึงกับทึ่งในความสามารถของเขา

ไม่กี่เดือนต่อมาจอร์แดนได้พบกับชายที่ชื่อดอนนี่ อาโซอฟฟ์ เขาได้กล่าวว่า เขาอยู่ตึกเดียวกับจอร์แดนและตอนนี้เขาทำงานขายเฟอร์นิเจอร์ให้กับเด็ก เขาถามจอร์แดนว่า เขาได้เงินเท่าไร จอร์แดนกล่าวไปว่าก่อนหน้านี้ได้เงินมา 7 หมื่นกว่าๆ

แต่ดอนนี่ไม่เชื่อ เขาจึงขอหลักฐานยืนยัน จอร์แดนเลยให้ดูหลักฐานดังกล่าว เพียงดอนนี่เห็นหลักฐานปั๊บ เขาก็รีบดิ่งโทรไปบอกเจ้านายของเขาทันทีเลยว่า “ขอลาออก”

ความสนุกที่ต่อเนื่อง

ทั้งสองพบกันที่โรงรถเก่า พวกเขาวางแผนว่า จะตั้งกิจการกันที่นี่ จอร์แดนได้ระดมเพื่อนๆ มาเข้าร่วมงาน ประกอบด้วย ร็อบบี้ เฟรนเบิร์ด (พินเฮด) , อัลเดน คัพเฟอร์เบิร์ก (ซี ออเตอร์) , เชตเตอร์ มิงค์ , นิกกี้ คอร์ฟออฟ (รู-กราด) และแบรด

โดยเฉพาะแบรดนั้น ถือเป็นนักขายที่มีความสามารถสูง โดยจอร์แดนได้ให้แบรดพิสูจน์ขายปากกาให้เขา แบรดก็บอกว่า ช่วยเขียนอะไรลงไปหน่อย จอร์แดนบอกว่า

เขาไม่มีปากกา และแบรดก็บอกว่า “ก็ซื้อปากกานี่ไปสิ” ซึ่งทำให้ทุกคนเริ่มเข้าใจวิถีในการทำธุรกิจมากขึ้น

จากนั้นจอร์แดนได้ก่อตั้งบริษัทชื่อ บริษัทสแตร์ตัน โอ็คมอนท์ โดยเริ่มแรกจอร์แดนวางแผนที่จะเสนอขายหุ้นขนาดใหญ่อย่าง หุ้นดิสนี่ย์, หุ้น AT & T และหุ้นไอบีเอ็มเพื่อเป็นการดึงดูดลูกค้าก่อน

แล้วจากนั้นเริ่มเสนอหุ้นเน่าให้กับลูกค้า โดยทุกคนจะต้องประจำตำแหน่งบนโต๊ะ พูดตามที่จอร์แดนได้เขียนเอาไว้

โดยจอร์แดนได้ทดสอบหลักปฏิบัติจริงๆ โดยเสนอขายหุ้นโกดักส์ให้กับลูกค้าผู้โชคร้ายรายหนึ่งเพื่อให้เห็นเป็นตัวอย่าง

จากนั้นไม่นานบริษัทสแตร์ตันเริ่มเติบโตอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นบริษัทนายหน้าค้าหุ้นแถวหน้าและประสบความสำเร็จอย่างก้าวกระโดด

บริษัทจึงได้จัดปาร์ตี้สุดเหวี่ยงและสุดพิเรนท์ไม่ว่าจะเป็นการให้ผู้ช่วยสาวคนหนึ่งโกนหัวแลกกับเงิน $10,000 เพื่อไปเสริมหน้าอก รวมไปถึงจัดกลุ่มโสเภณีเข้ามาร่วมงานปาร์ตี้ของบริษัท

รีวิวหนัง The Wolf of Wall Street คนจะรวย ช่วยไม่ได้

บริษัทสแตร์ตัน โอ็คมอนท์ประสบความสำเร็จสุดขีดเมื่อหนังสือพิมพ์ Forde ได้นำเรื่องราวของบริษัทมาเล่น จนทำให้เจ้าหน้าที่ FBI ที่มีความเที่ยงตรงสูงอย่างแพททริค เดนแฮม เริ่มติดตามพฤติกรรมของจอร์แดน

โดย Forde ได้ให้ฉายยาจอร์แดนว่า “โรบินฮู๊ดขี้โกง” และให้ฉายาว่า “หมาป่าแห่งวอลสตรีท” เมื่อจอร์แดนเห็นตอนแรกก็รู้สึกโกรธ แต่ภรรยาของเขาก็ปลอบใจว่า มันไม่ได้เป็นฉายาที่เลวร้ายอะไร

จอร์แดนได้จัดปาร์ตี้สุดเหวี่ยงอีกครั้งที่บ้านพักตากอากาศ แล้วเขาได้รู้จักนาโอมิครั้งแรกจากเพื่อนสาวคนหนึ่ง เขาได้แนะนำตัวเองพร้อมกับชักชวนไปเล่นสกี

แล้วคืนหนึ่งจอร์แดนได้พานาโอมิกินข้าวเย็น ตอนแรกจอร์แดนจะพาเธอขึ้นบ้าน แต่เธอกลับเชิญให้เขามาที่อพาร์ทเมนท์ของเธอเพื่อดื่มชา จอร์แดนรู้สึกสับสนหนักที่กำลังคิดนอกใจภรรยา

ซึ่งขณะเดียวกันภรรยาส่งข้อความทางเพจเจอร์ของจอร์แดนเพื่อให้กลับบ้าน แต่จอร์แดนเห็นนาโอมิแล้วจึงทนแรงยั่วยุไม่ไหว โดยทั้งสองก็ได้แอบคบกัน

จนกระทั่งภรรยาของจอร์แดนจับได้ หลังจากนั้นจอร์แดนจึงได้ขอหย่าขาดกับภรรยาอีก 3 วันต่อมา

จอร์แดนเริ่มหาแนวทางในการฟอกเงิน เนื่องจากเขารู้ดีว่าเงินพวกนี้เป็นเงินผิดกฎหมาย เขาจึงทำการวางจ้างทนายความอย่างแมนนี่ ริสคิน เพื่อทำให้เงินพวกนี้เป็นเงินสะอาด สิ่งที่จอร์แดนให้ความสำคัญตอนนี้ก็คือ เขาต้องการทำเงินให้ได้มากขึ้นกว่าเดิมที่เป็นอยู่

จอร์แดนได้ขอนาโอมิแต่งงานและจัดงานแต่งแบบใหญ่โต แต่ก่อนที่จอร์แดนจะแต่งงานนั้น จอร์แดนได้จัดงานปาร์ตี้สละโสดสุดเหวี่ยง ไม่ว่าจะจัดงานปาร์ตี้บนเครื่องบิน

ซึ่งเต็มไปด้วยโสเภณีกับโคเคนเต็มเครื่อง จนกระทั่งผ่านไป 18 เดือน ทั้งสองต่างมีลูกสาวกัน

จอร์แดนได้พบกับสตีฟ แมดเดนในวันประชุมหุ้น IPO โดยทางสตีฟได้เสนอผลิตภัณฑ์รองเท้ารุ่นล่าสุด จอร์แดนอยากให้สตีฟร่วมธุรกิจกับเขา ซึ่งเขาก็ตอบตกลง

แล้วจากนั้นจอร์แดนได้กล่าวบทพูดโดยใช้ความร่ำรวยเป็นเครื่องมือปลุกใจในการให้พนักงานทำงานให้กับบริษัทของเขาเดินหน้าต่อไป

พล็อตเรื่อง

ในส่วนของพล็อตเรื่องจะเน้นไปที่การใช้ชีวิตแบบทะเยอทะยาน และการใช้เงินอย่างบ้าหลุดโลกของ จอร์แดน เพื่อสนองความอยาก และความสะใจแก่คนดูด้วยกิเลสต่างๆ ที่มนุษย์ส่วนใหญ่ใฝ่หา ไม่ว่าจะเป็นเงินทอง เหล้า สิ่งเสพติด เซ็กส์

และวัตถุนิยมต่างๆ บวกกับเนื้อเรื่องที่ดูจะจบแต่ดันไม่จบ เพราะมันดำเนินต่อด้วยความบ้าของตัวละครซึ่งการตัดสินใจทำบางอย่างก็ทำเราอึ้งกันไปเลย โดยรวมพล็อตเรื่อง คือสนุกสะใจ ไม่เอื่อยเฉื่อย โดนใจคนขี้เบื่อ

หนังใหม่ชนโรง

แม้ดูเผินๆ หนังอาจจะดูโง่ๆกลวงๆ ไม่มีอะไรมากนอกจากความมันส์ และความสะใจ แต่จริงๆแล้ว ถ้ามองลึกลงไปมันก็จะมีการสร้างแรงบัลดาลใจ และแง่คิดบางอย่างแฝงอยู่ อย่างเช่นการมีความทะเยอทะยาน

ถ้าเรามีมันมากพอไม่ว่าสิ่งไหนที่ต้องการ สักวันจะได้มันมาครอบครอง เห็นได้จาก จอร์แดน และเพื่อนร่วมทีมของเขาที่เอาความทะเยอะทะยานเป็นหัวใจสำคัญในการทำธุรกิจโดยไม่สนอะไรทั้งสิ้น

จนในที่สุดไอ้ความทะเยอทะยานนี้แหละที่ทำให้พวกเขาได้ใช้ชีวิตบำเรอสุขตัวเอง

แต่สังคมมนุษย์มันมีกฎการใช้ชีวิตแห่งศีลธรรมแฝงอยู่ เราจะใช้ชีวิตโดยไม่สนโลกยังไงก็ได้แต่ต้องอยู่บนศีลธรรม หากแต่ จอร์แดน และเพื่อนร่วมทีมไม่สนศีลธรรมนี้แหละ

จ้องจะโกงกันอย่างเดียว พอยิ่งรวยเลยยิ่งควบคุมกิเลสไม่ได้ ไม่รู้จักพอ ทะเยอทะยานอยากได้ไม่หยุดหย่อน ยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ได้สิ่งนั้นมา มันจึงนำพาชีวิตพวกเขาไปสู่ความฉิบหายในที่สุด

รีวิวหนัง The Wolf of Wall Street (2013) คนจะรวย ช่วยไม่ได้ บทสรุป

โดยสรุป The Wolf of Wall Street คือหนังเรทอาร์ 18+ ที่ถ่ายทอดเรื่องราวเล่าผ่านเนื้อแท้ความเป็นมนุษย์ในรูปแบบหนังตลกร้าย มีทั้งความรุนแรง คำหยาบ การเสพยา และเซ็กส์ แต่นั่นเป็นการถ่ายทอดสะท้อนบุคคลในชีวิตตัวตนจริงๆ

หนังใหม่ชนโรง

 ให้ผู้ชมรับรู้และทำให้เข้าใจได้ว่า แม้ว่าเขาเคยทำผิดมาก่อน แต่เขาควรที่จะได้รับโอกาสให้มีที่ยืนบนสังคมอีกครั้ง ซึ่งเห็นได้จากการที่เขาเป็นนักพูดสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนทั่วโลก สำหรับคนที่รักในการดูหนัง

ต้องยอมรับเลยว่าหนังเรื่องนี้เป็นหนังที่ดีที่สุดในชีวิตอีกเรื่องหนึ่ง สิ่งที่ได้จากหนังมีทั้งการสู้ชีวิตและการเริ่มต้นใหม่เมื่อเราล้มลงแต่ถ้าเรายังลุกขึ้นไหวก็จงลุกขึ้นและเดินต่อไป

ความรู้สึกหลังรับชม

จุดเด่นของหนังเรื่องนี้คือการนำเรื่องจริงที่เคยเกิดขึ้นจริงของผู้เขียนหนังสือมาเล่าให้เห็นถึงความประสบความสำเร็จในจุดที่สูงที่สุด และโทษของการมัวเมาในอำนาจเงิน และโทษของสารเสพติด

อีกทั้งมีสาระสอดแทรกความรู้เกี่ยวกับวงการหุ้น เบื้องหลังด้านมืดของวงการธุรกิจต่างๆ รวมทั้งยังสอนเกี่ยวกับ การใช้ชีวิต เงินไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่าง เงินไม่ใช่แค่สามารถซื้อสิ่งของได้เท่านั้น เงินยังสามารถสอนบทเรียนที่ทำให้เรากลายเป็นคนดีได้อีกด้วย

อย่าง เช่นการที่ จอร์แดน ในตอนนี้ได้กลายเป็นนักพูดสร้างแรงบันดาลใจให้กับใครหลายคนทั่วโลก

และในหนังเรื่องนี้ยังสอนเกี่ยวกับการเลือกคบเพื่อน การใส่ใจครอบครัวของตัวเอง และวิธีการทางการตลาด หรือธุรกิจต่างๆ ใครที่เรียนเกี่ยวกับการบริหาร คิดว่าหนังเรื่องนี้มีประโยชน์มาก

รีวิวหนัง The Wolf of Wall Street คนจะรวย ช่วยไม่ได้

มีโอกาสได้หยิบ The Wolf of Wall Street มาดูซ้ำอีกครั้ง หลังจากดูรอบแรกไปในโรงภาพยนตร์เมื่อหลายปีก่อน ซึ่งกลับมาดูอีกครั้งก็ยังรู้สึกสนุกมากๆ แม้ว่าหนังจะมีความยาวเกือบๆ 3 ชั่วโมง เห็นตัวเลขนี้แล้วอาจจะชวนให้รู้สึกท้อใจ

แต่เชื่อเถอะว่าเป็น 3 ชั่วโมงที่เพลินจนลืมเวลาไปเลย เป็นอีกเรื่องที่แนะนำและคิดว่าคุ้มค่ากับเวลาที่เสียไปแน่นอน แต่เนื้อหาของหนังค่อนข้างรุนแรง มีการใช้สารเสพติด และ ฉาก 18+

ผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะควรดูอย่างสร้างสรรค์ และไม่ควรเอาไปเป็นแบบอย่างเด็ดขาด ขอให้มีความสุขกับการดูหนัง ให้คะแนน 8/10 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *